โดยการเปิดบริการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ รวมทั้งสนับสนุนเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคของไทยอีกด้วย
ปัจจุบัน บริการดังกล่าวให้บริการเป็นประจำทุกสัปดาห์ ด้วยเรือบาร์จขนาด 87 TEUS และมีบริารรถขนถ่ายต่อไปยัง พนมเปญ โดยมีรอบการวนเรือดังนี้
Weekly Routing :
ETA: Tuesday (STT-LCB)
ETD: Thursday (OMP Port)
ผู้ส่งออก และผู้ให้บริการ SOC ท่านใดที่สนใจบริการดังกล่าว ติดต่อฝ่ายขายของสหไทย เทอร์มินอล โทร 096-782-4144 หรือเพิ่มเพื่อนทาง Line: @sahathai



คุณวรวิทย์ เอื้อทรัพย์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT กล่าวว่า “สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2563 ซึ่งบริษัทฯมีรายได้รวม 325.65 ล้านบาท ลดลง 15.04 % จากรายได้รวม 383.29 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรขั้นต้น 76.76 ล้านบาท ลดลง 17.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 8.59 ล้านบาท ลดลง 61.87% จากกำไรสุทธิ 22.53 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ไตรมาส 2 ปี 2563 เท่ากับ 7.97 ล้านบาทปรับตัวขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯเท่ากับ 6.21 ล้านบาท โดยยังเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัว การนำเข้าส่งออกที่ลดลง
คุณบัญชัย ครุจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT กล่าวเสริมว่า “จากการติดตามผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บริษัทฯเห็นสัญญาณที่ดี ในช่วงต้นไตรมาส 3 จากปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯเห็นว่าการให้บริการขนส่งทางบกเป็นหนึ่งในบริการที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯเล็งความสำคัญของการเพิ่มช่องทางในการบริการดังกล่าว เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับลูกค้า และเป็นส่วนผลักดันผลประกอบการให้เติบโต สำหรับคาดการณ์ว่ารายได้ในปีนี้บริษัทฯคาดว่าจะปรับตัวลงลดไม่เกินกว่าร้อยละ 10”
และยังกล่าวต่อไปว่า “บริษัทฯยังคงเดินหน้าโครงการใหม่ทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ คาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี 2564 ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมที่คาดว่าจะเปิดปลายปี 2563 จากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคไวรัสทำให้ต้องชะลอการเปิดดำเนินการ โดยจะเปิดในเขตพื้นที่ขอบเมืองกรุงเทพมหานคร ผ่านบริษัท บริษัท บางกอก โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด (Bangkok Logistics Park) ซึ่ง PORT ร่วมทุนกับกลุ่มเฟรเซอร์สฯ ผู้นำการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมไทย และโครงการท่าเรือแห่งใหม่แห่งที่ 3 ผ่าน บริษัท บางกอก ริเวอร์ เทอมินอล จำกัด (Bangkok River Terminal) ซึ่ง PORT ร่วมลงทุนกับบริษัท APM Terminals จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ A.P.Moller-Maersk สายเรืออันดับหนึ่งของโลก และกับกลุ่มน้ำตาลมิตรผลเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2564 ซึ่งทั้ง 2 โครงการนอกจากจะช่วยในการเติบโตและขยายฐานของบริษัทฯให้ใหญ่ขึ้น ยังจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจอีกด้วย”
บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT เป็นผู้ให้บริการท่าเรือเอกชนครบ วงจรรายใหญ่ของประเทศไทยโดยให้บริการตั้งแต่ 1. ธุรกิจการให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ ครบวงจรสำหรับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Feeder) และเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Barge) รวมถึงการให้บริการบรรจุสินค้าเข้าและถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (CFS) และซ่อมแซมทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot) 2.ธุรกิจการให้บริการขนส่ง ตู้คอนเทนเนอร์ทางบก ภายในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลบริเวณเขตพื้นที่แหลมฉบัง 3. ธุรกิจการให้บริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโดยให้บริการพื้นที่ลานพักตู้คอนเทนเนอร์ และคลังจัดเก็บสินค้ากับลูกค้า ทั้งที่เป็นเขตให้บริการปกติและปลอดภาษีอากร (Free Zone) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯให้บริการแก่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกกลุ่มธุรกิจ e-commerce และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม 4.ธุรกิจการให้บริการ เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ การให้บริการ Freight Forwarding เป็นต้น
]]>คุณบัญชัย ครุจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT กล่าวเสริมว่า คาดว่าปีนี้บริษัทฯเติบโตเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยมั่นใจว่าการเปิดให้บริการโครงการโลจิสติกส์พาร์ค และศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ได้ในช่วงปลายปี 2563 โดยจะเปิดในเขตพื้นที่ขอบเมืองกรุงเทพมหานคร ผ่านบริษัท บริษัท บางกอก โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด (Bangkok Logistics Park) ซึ่ง PORT ร่วมทุนกับกลุ่มเฟรเซอร์สฯ ผู้นำการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมไทย ในขณะที่โครงการ ท่าเรือแห่งใหม่แห่งที่ 3 ผ่าน บริษัท บางกอก ริเวอร์ เทอมินอล จำกัด (Bangkok River Terminal) ซึ่ง PORT ร่วมลงทุนกับบริษัท APM Terminals จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ A.P.Moller-Maersk สายเรืออันดับหนึ่งของโลก และกับกลุ่มน้ำตาลมิตรผลเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 ซึ่งทั้ง 2 โครงการนอกจากจะช่วยในการเติบโตและขยายฐานของบริษัทฯให้ใหญ่ขึ้น ยังจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจอีกด้วย
บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT เป็นผู้ให้บริการท่าเรือเอกชนครบ วงจรรายใหญ่ของประเทศไทยโดยให้บริการตั้งแต่ 1. ธุรกิจการให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ ครบวงจรสำหรับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Feeder) และเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Barge) รวมถึงการให้บริการบรรจุสินค้าเข้าและถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (CFS) และซ่อมแซมทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot) 2.ธุรกิจการให้บริการขนส่ง ตู้คอนเทนเนอร์ทางบก ภายในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลบริเวณเขตพื้นที่แหลมฉบัง 3. ธุรกิจการให้บริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโดยให้บริการพื้นที่ลานพักตู้คอนเทนเนอร์ และคลังจัดเก็บสินค้ากับลูกค้า ทั้งที่เป็นเขตให้บริการปกติและปลอดภาษีอากร (Free Zone) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯให้บริการแก่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกกลุ่มธุรกิจ e-commerce และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม 4.ธุรกิจการให้บริการ เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ การให้บริการ Freight Forwarding เป็นต้น
]]>คุณเสาวคุณ ครุจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT กล่าวว่า “บริษัทฯมีความยินดีที่จะรายงานผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2562 โดยมีรายได้รวมเติบโต 21.30 ล้านบาท เป็น 1,189.29 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 83.29 ล้านบาท เทียบกับรายได้รวม 1,167.99 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 99.99 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2562 ซึ่งบริษัทฯ มีรายได้รวม 406.53 ล้านบาท ลดลง 1.98% จากรายได้รวม 414.76 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการลดลงตามภาวะการนำเข้าและส่งออกของไทย ทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมมีปริมาณตู้สินค้าผ่านเข้าออกกรุงเทพมหานครลดลง จึงส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงจากกำไรสุทธิ 38.42 ล้านบาทในช่วงเดียวกัน เป็นกำไรสุทธิ 26.57 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปีนี้ และบริษัทมีแผนที่จะย้ายเข้า SET ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย และลดข้อจำกัดการเข้าลงทุนของนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ
ปัจจุบันสหไทย เทอร์มินอล มีการขยายธุรกิจท่าเรือและโลจิสติกส์แบบครบวงจรเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจของบริษัทโดยการลงทุนสร้างท่าเรือพาณิชย์แห่งที่ 3 ผ่านการลงทุนใน บริษัท บางกอก ริเวอร์ เทอร์มินอล จำกัด (BRT) คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการให้บริการท่าเรือได้อีกประมาณ 180,000 TEUs/ปี รวมกับความสามารถในการให้บริการเดิมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เป็น 920,000 TEUs/ปี หรือเพิ่มขึ้นราว 24%และขยายศูนย์กระจายสินค้าต่อยอดธุรกิจ ก้าวสู่การเป็นผู้นำการให้บริการ โลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยลงทุนใน บริษัท บางกอก โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด (BLP) เพื่อพัฒนาและบริหารโครงการโลจิสติกส์พาร์คหรือศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในเขตพื้นที่ขอบเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ไม่เพียงเท่านี้เรายังมีการนำเอานวัตกรรมเข้ามาใช้ในการบริการ รับกับเทรนด์ธุรกิจยุคดิจิทัล โดยสามารถชำระค่าผ่านท่าและค่ายกตู้สินค้าผ่านระบบ QR Codeกับสหไทย เทอร์มินอลเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการใช้บริการที่ท่าเรือสหไทย
บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT เป็นผู้ให้บริการท่าเรือเอกชนครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทย โดยให้บริการตั้งแต่
1. ธุรกิจการให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ครบวงจรสำหรับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Feeder) และเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Barge) รวมถึงการให้บริการบรรจุสินค้าเข้าและถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (CFS) และซ่อมแซมทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot)
2.ธุรกิจการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางบกภายในบริเวณดกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบริเวณเขตพื้นที่แหลมฉบัง
3. ธุรกิจการให้บริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโดยให้บริการพื้นที่ลานพักตู้คอนเทนเนอร์ และคลังจัดเก็บสินค้ากับลูกค้า ทั้งที่เป็นเขตให้บริการปกติและปลอดภาษีอากร (Free Zone) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ ให้บริการแก่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกกลุ่มธุรกิจ e-commerce และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม
4.ธุรกิจการให้บริการ เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ การให้บริการ Freight Forwarding เป็นต้น
]]>มาชมกิจกรรม CSR ประจำเดือนของสหไทย เทอร์มินอลกันค่ะ
]]>
คุณเสาวคุณ ครุจิตร กล่าวต่อว่า “ถึงแม้ตัวเลขการส่งออกใน 2 เดือนแรกของไทยจะปรับลดลง แต่ในภาพรวมทั้งปีทางบริษัทฯก็ยังคาดว่าผลประกอบการทั้งปีจะเป็นไปตามแผนที่ได้ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน โดยจะเห็นว่าในสองเดือนแรกปริมาณการให้บริการของบริษัทฯก็ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของบริการท่าเรือชายฝั่ง อีกทั้งโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงและจัดเก็บตู้สินค้า (Container Depot) ของบริษัทย่อย BCDS (บจก. บางกอก คอนเทนเนอร์ เดโป เซอร์วิส) ซึ่งได้เปิดให้บริการไปเมื่อปีก่อน ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับท่าเรือได้เพิ่มการขนส่งทางรถมาเพื่อดูดให้สายเรือที่ต้องการบริการที่ครบวงจร สนใจที่จะเข้าใช้บริการที่ท่าสหไทยฯ เพิ่มขึ้น จึงช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้อีกทางหนึ่ง

บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORTเป็นผู้ให้บริการท่าเรือเอกชนครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทย โดยให้บริการตั้งแต่
1.ธุรกิจการให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ครบวงจร สำหรับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (feeder) และเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Barge) รวมถึงการให้บริการบรรจุสินค้าเข้าและถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (CFS)และซ่อมแซมทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot)
2. ธุรกิจการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางบกภายในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และบริเวณเขตพื้นที่แหลมฉบัง
3. ธุรกิจการให้บริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโดยให้บริการพื้นที่ลานพักตู้คอนเทนเนอร์ และจัดเก็บสินค้าคลังสินค้ากับลูกค้า ทั้งที่เป็นเขตให้บริการปกติและปลอดภาษีอากร (free zone) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ ให้บริการแก่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกกลุ่มธุรกิจe-commerce และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม
4.ธุรกิจการให้บริการเกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ การให้บริการ Freight Forwarding เป็นต้น
]]>
คุณเสาวคุณ ครุจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT กล่าวว่า “บริษัทฯ มีความยินดีที่จะรายงานผลประกอบการปี 2561 ซึ่งบริษัทฯ มีรายได้รวม 1,557.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.80% จากรายได้รวม 1,364.33 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรขั้นต้น 398.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 64.36 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 136.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 121.84 จากกำไรสุทธิ 61.73 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากปริมาณตู้สินค้าจากเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและเรือขนส่งสินค้าชายฝั่งที่เข้ามาใช้บริการที่ท่าเรือมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยการให้บริการเรือใหญ่ (Feeder) เพิ่มขึ้นร้อยละ 91.70 และการให้บริการเรือขนส่งชายฝั่ง (Barge) เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.03 เนื่องจาก บริษัท บางกอก บาร์จ เทอร์มินอล จำกัด สามารถให้บริการเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มรูปแบบทั้งตู้สินค้านำเข้าและส่งออก ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ทำให้คณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้จ่ายปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น จากกำไรในส่วนที่ได้รับยกเว้นภาษี โดยกำหนดวันปิดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 เมษายน 2562 จ่ายปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2562″
“นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการขยายพื้นที่ให้บริการกิจกรรมการซ่อมและล้างตู้สินค้าในนามของบริษัทย่อย คือ บริษัท บางกอก คอนเทนเนอร์ เดโป เซอร์วิส (จำกัด) โดยมีพื้นที่ให้บริการรวม 37 ไร่ เพิ่มขึ้นจากเดิม 15 ไร่ ส่งผลให้มีปริมาณการให้บริการเพิ่มขึ้น 48.77% ซึ่งเป็นผลดีต่องานบรรจุและปริมาณการให้บริการตู้สินค้าส่งออกของท่าเรือเนื่องจากเป็นกิจกรรมต้นทางสำหรับผู้ส่งออกสินค้าในการนำตู้สินค้าไปใช้บรรจุสินค้าเพื่อการส่งออก โดยในปี 2561 มีปริมาณการให้บริการในการบรรจุเพิ่มขึ้น 18.16% นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้จากบริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางบกเพิ่มขึ้น 20.87% และรายได้จากการบริการพื้นที่จัดเก็บตู้ตอนเทนเนอร์และคลังสินค้า เนื่องจากคลังสินค้าเขตปลอดอากร เพิ่มขึ้น 15.79%”
คุณเสาวคุณ กล่าวเสริมว่า “คาดว่าปีนี้รายได้ของบริษัทฯจะเติบโตกว่า 10% ด้วยปริมาณการนำเข้าและส่งออกที่มีการเติบโตมากขึ้น ทั้งนี้บริษัทฯ มีการขยายธุรกิจและพันธมิตรทางธุรกิจที่เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และมอบบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกับ 2 กลุ่ม คือ
(1) จัดตั้งบริษัท บางกอก ริเวอร์ เทอมินอล จำกัด (Bangkok River Terminal) เพื่อลงทุนในโครงการท่าเรือแห่งใหม่ ร่วมกับบริษัท APM Terminals จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ A.P.Moller-Maersk สายเรืออันดับหนึ่งของโลก และกับกลุ่มน้ำตาลมิตรผล เพื่อรองรับการขยายตัวของการนำเข้าและส่งออกของประเทศที่เพิ่มมากขึ้น
(2) จัดตั้ง บริษัท บางกอก โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด (Bangkok Logistics Park) โดยร่วมทุนกับกลุ่มเฟรเซอร์สฯ (ไทคอน) ผู้นำการให้บริการสมาร์ทแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมไทย จัดตั้งเพื่อลงทุน พัฒนา และบริหารโครงการโลจิสติกส์พาร์ค และศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในเขตพื้นที่ขอบเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดสอดรับเทรนด์ธุรกิจยุคดิจิทัล”
บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT เป็นผู้ให้บริการท่าเรือเอกชนครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยโดยให้บริการตั้งแต่
1. ธุรกิจการให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ครบวงจรสำหรับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Feeder) และเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Barge) รวมถึงการให้บริการบรรจุสินค้าเข้าและถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (CFS) และซ่อมแซมทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot)
2. ธุรกิจการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางบก ภายในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบริเวณเขตพื้นที่แหลมฉบัง
3. ธุรกิจการให้บริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโดยให้บริการพื้นที่ลานพักตู้คอนเทนเนอร์ และคลังจัดเก็บสินค้ากับลูกค้า ทั้งที่เป็นเขตให้บริการปกติและปลอดภาษีอากร (Free Zone) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯให้บริการแก่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกกลุ่มธุรกิจ e-commerce และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม
4. ธุรกิจการให้บริการ เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ การให้บริการ Freight Forwarding เป็นต้น
////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ :
บริษัท แบรนด์ เวลท์ จำกัด โทร.02 681 5305-7 / [email protected]
กรัณฑฤทธิ เกตุสัมพันธ์ โทร. 089 777 1735 / [email protected]
พอลลิน เพิ่มพูนพระพร โทร. 063 564 6423 / [email protected]
ศุภิสรา เนตรคุณ โทร.084 868 1537 / [email protected]
สหไทย เทอร์มินอล และบริษัทในเครือฯ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่องทั้งในปี 2019 และปีถัดๆ ไป เพื่อผู้ใช้บริการทุกท่านของเราค่ะ

หลังจากที่ BCDS ได้เปิดให้บริการในเฟสแรกเมื่อไตรมาสที่ 2 ของปี 2018 บนพื้นที่ 15 ไร่ ด้วยบริการที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ และปลอดภัย จากทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ ทำให้ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากเปิดให้บริการครบทั้งสองเฟสแล้วคาดว่าจะรองรับตู้สินค้าได้เพิ่มขึ้นเป็น 350,000 ทีอียูต่อปี
เกี่ยวกับสหไทย เทอร์มินอล
สหไทย เทอร์มินอล เป็นบริษัทเอกชนที่เริ่มเปิดดำเนินกิจการครั้งแรก เมื่อปี 2550 โดยบริษัทฯ มีพื้นที่ในการปฏิบัติการรวมมากกว่า 168,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย พื้นที่ซ่อมบำรุงตู้สินค้า สำนักงานศุลกากรภายในท่าเรือ และมีเครื่องมือประจำท่าเรือเพื่อใช้ในการยกขนสินค้าอย่างครบวงจร พร้อมบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญ และด้วยทำเลที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของสหไทย เทอร์มินอล ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสะพานภูมิพลและถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทำให้ลูกค้าสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวมถึงบริการครบวงจรที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดบริการของสหไทย ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ +66 (0) 2386 8000 ต่อ 1111 หรือ e-mail: [email protected]
]]>